มหาวิทยาลัยในประเทศไทย

http://www.msu.ac.thมหาวิยาลัยมหาสารคาม
มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ผู้ติดตาม

วันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2553



บุหรี่

บุหรี่ มีสารต่างๆ หลายชนิด แต่สารสำคัญที่ทำให้เกิดการเสพติดคือ นิโคติน เป็นสารแอลคะลอยด์ที่ไม่มีสี นิโคติน 30 มิลลิกรัมสามารถทำให้คนตายได้ บุหรี่ธรรมดามวนหนึ่งจะมีนิโคตินอยู่ราว 15-20 มิลลิกรัม ก็คือจำนวนนิโคตินในบุหรี่ 2 มวน สามารถทำให้คนตายได้ในทันที แต่การที่สูบบุหรี่ติดต่อกันหลายมวนแล้วไม่ตาย ก็เพราะว่ามีนิโคตินในควันบุหรี่ เป็นส่วนน้อยที่เข้าสู่ร่างกายของผู้สูบ



สาเหตุของการติดบุหรี่

1 ) ทำตามเพื่อน เพราะเห็นเพื่อน ๆ บางคนสูบโดยอ้างว่าเพื่อจะเข้าสังคมกับเพื่อนได้

2) สภาพแวดล้อมภายในครอบครัวชักนำ เกิดจากสมาชิกบางคนในครอบครัวสูบบุหรี่ เช่น พ่อ แม่ ลุง น้า จึงต้องการเอาอย่างบ้าง 3 ความอยากทดลอง เพราะอยากรู้อยากเห็น

4ื ) ยึดถือค่านิยมผิด ๆ คิดว่าการสูบบุหรี่เป็นการโก้เก๋ หรือเป็นลูกผู้ชาย

5 ) อิทธิพลจากการโฆษณาของสื่อมวลชน ทั้งจากภาพยนตร์ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์

6) ความเชื้อที่ผิดๆ เช่น เชื่อว่าเมื่อสูบบุหรี่จะทำให้สมองปลอดโปร่ง จิตใจเเจ่มใสและไม่ง่วงนอน เป็นต้น

พิษจากควันบุหรี่

1 . นิโคติน ( Nicotine ) เป็นสารระเหยในควันบุหรี่ และเป็นสารที่รุนแรงมากที่สุดอย่างหนึ่ง ละลายน้ำได้ดี ไม่มีสี ถ้าสูบบุหรี่ 1 มวน ร่างกายจะได้รับนิโคตินในควันบุหรี่ 0.2 - 2 มิลลิกรัม หากมีอยู่ในร่างกายถึง 70 มิลลิกรัม จะทำให้ถึงแก่ความตายได้ มีผู้ทดลองนำนิโคตินบริสุทธิ์ เพียง 1 หยด ป้ายลงบนผิวหนังกระต่าย มีผลทำให้กระต่ายตัวนั้นช็อกอย่างรุนแรงและถึงแก่ความตาย แม้จะไม่ได้เข้าสู่ภายในร่างกายทางปากหรือทางลมหายใจ
นิโคติน จะทำให้ไขมันในเส้นเลือดเพิ่มขึ้น เส้นเลือดหัวใจตีบและเกิดโรคหัวใจขาดเลือดหล่อเลี้ยง ทำให้ความดันสูง หัวใจเต้นเร็วทำลายเนื้อปอดและถุงลมปอดอีกด้วย

2 . ทาร์ ( Tar ) เป็นคราบมันข้นเหนียว สีน้ำตาลแก่ เกิดจากการเผาไหม้ของกระดาษและใบยาสูบ จะทำลายถุงลมปอดทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง หอบเหนื่อยง่าย ไอเรื้อรัง และอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งบริเวณเนื้อเยื่อที่สัมผัสกับสารนี้ ขณะสูบบุหรี่ ทาร์จะตกค้างอยู่ในปอด หลอดลมใหญ่ และหลอดลมเล็ก ประมาณร้อยละ 90 จะขับออกมาพร้อมลมหายใจเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น ดังนั้น ทาร์ จึงเป็นตัวการทำให้เกิดโรคมะเร็งปอด ซึ่งเป็นโรคที่ทรมานมากก่อนเสียชีวิต ในบุหรี่ 1 มวน มีทาร์ในปริมาณต่างกันตั้งแต่ 2.0 มิลลิกรัม จนถึง 3.0 มิลลิกรัม แล้วแต่ชนิดของบุหรี่


โทษของบุหรี่

1 . โรคมะเร็ง ในอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น มะเร็งที่ปาก ที่ลิ้น ที่กล่องเสียง แต่ที่เป็นมากที่สุดคือ มะเร็งปอด สมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา และกระทรวงสาธารณสุขแห่งสหรัฐอเมริกาได้รายงานผลวิจัย เมื่อ พ.ศ. 2521 ว่าผู้ที่สูบบุหรี่จัด มีโอกาสตายด้วยโรคมะเร็งมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ 20 เท่า

2 . โรคทางเดินหายใจ ผู้สูบบุหรี่จัดมีอาการไอเรื้อรัง บางครั้งไอถี่มากจนไม่สามารถหลับนอนได้ แต่เมื่อหยุดสูบอาการจะบรรเทาและหายไปในที่สุด นอกจากนี้ทาร์ในควันบุหรี่จะสะสมอยู่ในปอด วันละเล็กวันละน้อย จนในที่สุดถุงลมปอดโป่งพองจนไม่สามารถหดตัวกลับได้ มีผลทำให้ปอดไม่สามารถแรกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนได้มากเท่าเดิมจึงทำให้หายใจขัด หอบ และหากเป็นเรื้อรังอาจทำให้ถึงแก่ความตายได้ง่ายเช่นเดียวกันนอกจากนี้ยังพบว่าการสูบบุหรี่ทำให้เป็นโรคอื่นได้อีกหลายอย่าง เช่น โรคกระเพาะอาหารเป็นแผล โรคความดันเลือดสูง โรคตับแข็ง โรคปริทนต์ โรคโพรงกระดูกอักเสบ เป็นต้น และยังส่งผลต่อบุคลิกภาพของผู้สูบบุหรี่อีกด้วย


ข้อดีของการเลิกบุหรี่

1 . สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น

2 . อายุยืน

3 . การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น

4 . การทำงานของประสาทในการรับรส และกลิ่นดีขึ้น

5 . อาการไอ และเสมหะลดลง

6 . สมรรถภาพทางเพศดีขึ้น

7 . ปอดทำงานได้ดีขึ้น

8 . ภาวะเศรษฐกิจดีขึ้น


1. ถ้าดื่มน้ำอัดลมมากและรับประทานอาหารอื่นน้อย
จะทำให้ขาดสมดุลทางโภชนาการ ที่สำคัญคือ
ในเด็กถ้าปล่อยให้ดื่มแต่น้ำอัดลมไม่ได้ดูแล
ให้รับประทานอาหารให้ครบตามหลักโภชนาการ
อาจขาดสารอาหารได้


2. ถ้าดื่มน้ำอัดลมในเวลาที่ใกล้จะถึง
หรือในระหว่างรับประทานอาหารมื้อหลัก
ทำให้อิ่มและทานอาหารได้น้อยลง


3. น้ำอัดลมทำให้ฟันผุ เนื่องจากน้ำอัดลมมีน้ำตาล
เป็นส่วนประกอบในปริมาณมาก
และมีสภาวะเป็นกรดด้วย ได้แก่ กรดคาร์บอนิก
จะไปกัดกร่อนเคลือบฟัน ทำให้ฟันผุได้


4. น้ำอัดลมทำให้ท้องอืด เพราะเกิดก็าซในกระเพาะอาหาร
และสภาวะที่เป็นกรดของน้ำอัดลมก็ไม่เหมาะ
กับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหารด้วย


5. น้ำอัดลมดื่มได้พลังงานอย่างเดียว
แต่เป็นพลังงานที่ว่างเปล่าหรือ
Emptycalories โดยไม่มีสารอาหารอื่น ๆ
ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีก


6. คาเฟอีนในน้ำอัดลมส่งผลต่อร่างกาย เช่น
ในวัยเด็กที่ดื่มน้ำอัดลมที่ผสมคาเฟอีน
จะมีรูปแบบการนอนที่ผิดแผกไปจากเดิม
เด็กเหล่านี้จะนอนไม่หลับในเวลากลางคืน
และง่วงนอนในตอนกลางวัน
ทำให้เด็กมีผลการเรียนที่ต่ำลงกว่าเดิมด้วย
คาเฟอีนที่มีในน้ำอัดลมบางชนิดจะไปกระตุ้นสมอง
อาจทำให้ผู้ดื่ม (ที่ค่อนข้างไวต่อคาเฟอีน)
เกิดใจสั่นและปวดศีรษะได้


7. การดื่มน้ำอัดลมบ่อย ๆ
ไม่ค่อยมีประโยชน์ต่อร่างกายเท่าไรนัก
ถ้าดื่มทุกวันหรือทุกมื้ออาหารจะทำให้ร่างกาย
ได้รับน้ำตาลมากโดยไม่จำเป็น



สิ่งเสพติด
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปที่: ป้ายบอกทาง, ค้นหา
สิ่งเสพติด หรือที่เรียกกันว่า "ยาเสพติด" ในความหมายของ องค์การอนามัยโลก (World Health Organization or WHO) จะหมายถึงสิ่งที่เสพเข้าไปแล้วจะเกิดความต้องการทั้งทางร่างกายและจิตใจต่อไปโดยไม่สามารถหยุดเสพได้ และจะต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด จะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่อร่างกายและจิตใจขึ้น

พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พุทธศักราช 2522 ที่ใช้ในปัจจุบันได้กำหนดความหมายสิ่งเสพติดให้โทษดังนี้ สิ่งเสพติดให้โทษ หมายถึง "สารเคมีหรือวัตถุชนิดใดๆ ซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะโดยรับประทาน ดม สูบ ฉีด หรือด้วยประการใดๆ แล้วทำให้เกิดผลต่อร่างกายและจิตใจใน ลักษณะสำคัญ เช่น ต้องเพิ่มปริมาณการเสพขึ้นเรื่อยๆ มีอาการขาดยาเมื่อไม่ได้เสพ มีความต้องการเสพทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างรุ่นแรงอยู่ตลอดเวลา และทำให้สุขภาพทรุดโทรมลง กับให้รวมตลอดถึงพืช หรือส่วนของพืชที่เป็นหรือให้ผลผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษหรืออาจใช้ผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษ และสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดให้โทษด้วย ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ไม่หมายความถึงยาสามัญประจำบ้านบางตำรับ ตามกฎหมายว่าด้วยยาที่มียาเสพติดให้โทษผสมอยู่"

ปัจจุบันนี้สิ่งเสพติดนับว่าเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ เพราะสิ่งเสพติดเป็นบ่อเกิดของปัญหาอื่นๆ หลายด้าน นับตั้งแต่ ตัวผู้เสพเองซึ่งจะเกิดความทุกข์ ลำบากทั้งกายและใจ และเมื่อหาเงินซื้อยาไม่ได้ก็อาจจะก่อให้เกิดอาชญากรรมต่างๆ สร้างความเดือดร้อนให้พ่อแม่พี่น้อง และสังคม ต้องสูญเสีย เงินทอง เสียเวลาทำมาหากิน ประเทศชาติต้องสูญเสียแรงงานและสูญเสียเงินงบประมาณในการปราบปรามและรักษาผู้ติดสิ่งเสพติด และเหตุผลที่ทำให้ สิ่งเสพติดเป็นปัญหาสำคัญของประเทศอีกข้อหนึ่งคือ ปัจจุบันมีผู้ติดสิ่งเสพติดเพิ่มมากขึ้นทั้งนี้ยังไม่รวมถึงจำนวนผู้ติดบุหรี่ สุรา ชา กาแฟ
ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดและการป้องกัน
ยาเสพติด หมายถึง สารเคมี หรือสารใดก็ตาม ซึ่งเมื่อบุคคลเสพ หรือรับเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าโดยการฉีด การสูบ การกิน การดม หรือวิธีอื่น ติดต่อกัน เป็นเวลานาน หรือช่วงระยะเวลาหนึ่ง แล้วจะก่อให้เกิดเรื้อรัง ซึ่งจะทำให้เกิดความเสื่อมโทรมขึ้นแก่บุคคลผู้เสพ และแก่สังคมด้วย ทั้งจะต้องทำให้ ผู้เสพแสดงออกซึ่งลักษณะ ดังนี้

1.ผู้เสพมีความต้องการอย่างแรงกล้า ที่จะเสพยาชนิดนั้น ๆ ต่อเนื่องกันไป และต้องแสวงหายาชนิดนั้น ๆ มาเสพให้ได้ไม่ว่าด้วยวิธีการใด ๆ ก็ตาม
2.ผู้เสพจะต้องเพิ่มปริมาณของยาที่เคยใช้ให้มากขึ้นทุกระยะ
3.ผู้เสพจะมีความปรารถนาอยากเสพยาชนิดนั้น ๆ อย่างรุนแรง ระงับไม่ได้ คือ มีการติดและอยากยาทั้งทาง ด้านร่างกายและจิตใจ
[แก้] ประเภทของยาเสพติด
จำแนกตามการออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท แบ่งเป็น 4 ประเภท

1.ประเภทกดประสาท ได้แก่ ฝิ่น มอร์ฟีน เฮโรอีน ยานอนหลับ ยาระงับประสาท ยากล่อมประสาท เครื่องดื่มมึนเมา บาร์บิทูเรต ทุกชนิด รวมทั้ง สารระเหย เช่น ทินเนอร์ แล็กเกอร์ น้ำมันเบนซิน กาวเป็นต้น มักพบว่าผู้เสพติดมี ร่างกายซูบซีด ผอมเหลือง อ่อนเพลีย ฟุ้งซ่าน อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย
2.ประเภทกระตุ้นประสาท ได้แก่ยาบ้า ยาไอซ์ ยาอี กระท่อม โคเคน เครื่องดื่มคาเฟอีน มักพบว่าผู้เสพติด จะมีอาการ หงุดหงิด กระวนกระวาย จิตสับสน หวาดระแวง บางครั้งมีอาการคลุ้มคลั่ง หรือทำในสิ่งที่คนปกติ ไม่กล้าทำ เช่น ทำร้ายตนเอง หรือฆ่าผู้อื่น เป็นต้น
3.ประเภทหลอนประสาท ได้แก่ แอลเอสดี เห็ดขี้ควาย ดี.เอ็ม.ที.และ ยาเค เป็นต้น ผู้เสพติดจะมีอาการประสาทหลอน ฝันเฟื่อง หูแว่ว ได้ยินเสียงประหลาดหรือเห็นภาพหลอนที่น่าเกลียดน่ากลัว ควบคุมตนเองไม่ได้ ในที่สุดมักป่วยเป็นโรคจิต
4.ประเภทออกฤทธิ์ผสมผสาน คือทั้งกระตุ้นกดและหลอนประสาทร่วมกัน ผู้เสพติดมักมี อาการหวาดระแวง ความคิดสับสน เห็นภาพลวงตา หูแว่ว ควบคุมตนเองไม่ได้และป่วยเป็นโรคจิตได้แก่ กัญชา
[แก้] สาเหตุของการติดยาเสพติด
การติดยาเสพติดอาจเกิดขึ้นได้ เนื่องจาก

ความอยากรู้อยากลอง ด้วยความคึกคะนอง
เพื่อนชวน หรือต้องการให้เป็นที่ยอมรับจากกลุ่มเพื่อน
มีความเชื่อในทางที่ผิด เช่น เชื่อว่ายาเสพติดบางชนิด อาจช่วยให้สบายใจ ลืมความทุกข์ หรือช่วยให้ทำงานได้มากๆ
ขาดความระมัดระวังในการใช้ยา เพราะคุณสมบัติของยา บางชนิดอาจทำให้ผู้ใช้ยาเกิดการเสพติดได้โดยไม่รู้ตัว หากใช้ยาอย่างพร่ำเพรื่อ หรือใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยขาดการแนะนำจากแพทย์ หรือเภสัชกร
สภาพแวดล้อม ถิ่นที่อยู่อาศัย มีการค้ายาเสพติด หรือมี ผู้ติดยาเสพติด
ถูกหลอกให้ใช้ยาเสพติดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
เพื่อหนีปัญหา เมื่อมีปัญหาแล้วไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับตัวเองได้
สภาพแวดล้อมของสถานที่อยู่อาศัยแออัด ภาวะเศรษฐกิจที่บีบบังคับ มีปัญหาทางครอบครัว
[แก้] การสังเกตผู้ติดยาเสพติด
ยาเสพติดเมื่อเกิดการเสพติดแล้ว จะมีผลกระทบต่อร่างกายและ จิตใจ ซึ่งทำให้ลักษณะและความประพฤติของผู้เสพเปลี่ยนไป จากเดิมที่อาจสังเกตพบได้ คือ

ร่างกายทรุดโทรม ซูบผอม
อารมณ์ฉุนเฉียว หรือเงียบขรึมผิดปกติ จึงมักพบผู้เสพติดชอบทะเลาะวิวาทหรือทำร้ายผู้อื่นหรือในทางกลับกัน บางคนอาจชอบแยกตัว อยู่คนเดียวและหนีออกจากพรรคพวกเพื่อนฝูง
ถ้าผู้เสพเป็นนักเรียน มักพบว่า ผลการเรียนแย่ลง ถ้าเป็นคน ทำงาน มักพบว่าประสิทธิภาพในการทำงานลดลงหรือไม่ยอมทำงานเลย
ใส่เสื้อแขนยาวตลอดเวลา เพื่อปกปิดรอยเข็มที่ฉีดยาตรงท้องแขนด้านใน หรือรอยกรีดตรงต้นแขนด้านใน
ติดต่อกับเพื่อนแปลกๆใหม่ๆซึ่งมีพฤติกรรมผิดปกติ
ขอเงินจากผู้ปกครองเพิ่ม หรือยืมเงินจากเพื่อนฝูงเสมอเพื่อนำไปซื้อยาเสพติด
ขโมย ฉกชิง วิ่งราว เพื่อหาเงินไปซื้อยาเสพติด
ผู้ติดยาเสพติดบางชนิด เช่น เฮโรอีน จะมีอาการอยากยาบางคนจะมีอาการรุนแรงถึงขั้นลงแดง
อย่างไรก็ตาม อาการดังกล่าวข้างต้น ไม่จำเป็นต้องเป็นผลมาจากการติดยาเสพติดเสมอไป อาจเกิดจากความผิดปกติในเรื่องอื่นก็ได้ เมื่อสงสัยว่า ผู้ใด ติดยาเสพติด จึงควรใช้การซักถาม อย่างตรงไปตรงมา ด้วยท่าทีที่เป็นมิตร พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือ ผู้ที่ติดยาส่วนใหญ่ รู้ว่าการใช้ยาเสพติดเป็นเรื่องไม่ดี หลายรายเคยมีความคิดที่จะเลิกแต่ทำไม่สำเร็จ การถามด้วยท่าทีเป็นมิตรจึง เป็นการช่วยให้ผู้เสพได้พูด ตามความจริง คำถามที่ใช้ไม่ควร ถามว่าติดหรือไม่ แต่ควรถามพฤติกรรมการใ ช้ อาทิถามว่าเคยใช้หรือไม่ ครั้งสุดท้ายที่ใช้เมื่อไหร่ ฯลฯ



ขัด นำไปสู่การคัดค้าน ต่อต้านจากประชาชนผู้รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและรักต้นไม้เป็นอย่างมาก หลังจากภาพปรากฏให้เห็นว่าระหว่างการก่อสร้างนั้น ต้นไม้ใหญ่และปานกลาง 128 ต้นได้ถูกตัด และส่งไปยังองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ กรมป่าไม้ ซึ่งควรจะรับรู้เรื่องการตัดไม้ กำลังจะฟ้องร้องผู้เกี่ยวข้อง ทั้งๆ ที่น่าจะรู้ก่อน และป้องกันไม่ให้ต้นไม้ถูกตัด ขณะที่ผู้สนับสนุนโครงการระดับจังหวัดและกระทรวงคมนาคมอ้างว่าจำนวนต้นไม้ที่ถูกตัดนั้นมีไม่มาก และเป็นส่วนหนึ่งของการขยายถนนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ถ้ามีทัศนคติแบบนี้ ถือว่าเป็นเรื่องอันตรายมากต่อการรักษาป่าไม้ ต้นน้ำลำธารและสภาพแวดล้อมในประเทศไทยขณะที่สังคมโลกกำลังรณรงค์อย่างจริงจังเพื่อลดปัญหาภาวะโลกร้อน ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อภูมิอากาศอย่างมากมาย
คำพูดของกลุ่มผู้สนับสนุนโครงการได้แสดงให้เห็นความไม่ใส่ใจ ขาดความรู้และจิตสำนึกในการป้องกันรักษาป่าและสภาพแวดล้อม ภาพแสดงให้เห็นความเสียหาย ตอไม้ถูกตัดอย่างน่าเสียดาย และคำพูดที่ไม่รับผิดชอบแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลนี้มีความบกพร่องในการรักษาป่าและธรรมชาติ ขณะที่พื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทยลดน้อยลงในอัตราน่าตกใจ ทำให้เหลือไม่ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่รวมของประเทศการเถียงแบบข้างๆ คูๆ โดยรัฐมนตรี และผู้สนับสนุนโครงการ ไม่มีเหตุผล โดยเฉพาะการอ้างที่ว่าผู้รับเหมาอาจฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายและส่งผลกระทบต่อโครงการขยายถนนในพื้นที่อื่นๆ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็นับว่าดี เพราะจะเป็นโอกาสให้รัฐบาลได้ทบทวนโครงการต่างๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อป่าไม้และสภาพแวดล้อม และเป็นการผันงบประมาณไปใช้ในโครงการอื่นๆ เช่น การเร่งปลูกป่าทดแทนพื้นที่สีเขียว หรือการอนุรักษ์ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม

รัฐบาลต้องระวังและเลี่ยงการตัดไม้ทำลายป่า ที่ผ่านมามีการบุกรุกป่าเพื่อเข้าไปจับจองพื้นที่ทำเกษตรกรรมโดยชาวบ้าน ก่อนโอนขายให้นายทุน แล้วไปรุกพื้นที่แห่งใหม่ กลายเป็นขบวนการรุกป่า สร้างความเสียหาย ทำให้ประเทศไทยมีอุณหภูมิร้อนที่สุดในประเทศในแถบเอเชีย สูงกว่า 42 องศาเซลเซียสในฤดูร้อน เว้นแต่พื้นที่ทะเลทรายในอินเดียและจีนเท่านั้น และเกิดปัญหาแห้งแล้ง ป่าไม้ไม่เก็บน้ำ ดินโคลนถล่ม รวมทั้งการแปรปรวนของอากาศ ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมอย่างมากต้นไม้ต้องใช้เวลานาน 20 กว่าปี เพื่อให้โตเต็มที่ แต่การตัดต้นไม้ใหญ่ข้างถนนขึ้นเขาใหญ่ใช้เวลาไม่นาน นักการเมืองมาแล้วก็ไป แต่ความวอดวายที่เกิดขึ้นกับป่าไม้ไม่มีใครรับผิดชอบ กรณีนี้ถือเป็นบทเรียน และนายกรัฐมนตรีซึ่งระงับโครงการก่อสร้างไว้ก่อนต้องไม่อ่อนข้อต่อแรงบีบของผู้ได้รับผลประโยชน์จากโครงการนี้ โดยเฉพาะจากงบประมาณ ขณะที่ความเสียหายของป่าไม้ไม่ได้รับการชดเชย

วันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2553



ความรู้เกี่ยวกับไฟป่า(ภัยพิบัติ)

ความหมายของไฟป่า
"ไฟป่า" คือไฟที่เกิดขึ้นจากสาเหตุอันใดก็ตามแล้วลุกลามไปได้โดยอิสระปราศจากการควบคุม ทั้งนี้ไม่ว่าไฟนั้นจะลุกลามเข้าป่าธรรมชาติหรือสวนป่า




องค์ประกอบของไฟ(สามเหลี่ยมไฟ)
ไฟเป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากขบวนการทางเคมี เมื่อมีองค์ประกอบทั้ง 3 ประการมารวมตัวกันในสัดส่วนที่เหมาะสมและเกิดการสันดาปให้เกิดไฟขึ้น คือ
1. เชื้อเพลิง ได้แก่ อินทรีย์สารทุกชนิดที่ติดไฟได้ เช่น ต้นไม้ ไม้พุ่ม กิ่งไม้ ก้านไม้
ตอไม้ กอไผ่ รวมไปถึงดินอินทรีย์ และชั้นถ่านหินที่อยู่ใต้ผิวดิน
2. ความร้อน ซึ่งจะมาจาก 2 แหล่ง คือแหล่งความร้อนตามธรรมชาติ เช่น ฟ้าผ่า
การเสียดสีของกิ่งไม้และแหล่งความร้อนจากการกระทำของมนุษย์ เช่น การจุดไฟในป่าด้วยสาเหตุต่างๆ
3. ออกซิเจน เป็นก๊าซที่มีโดยทั่วไปในป่า ซึ่งจะมีการแปรผันตามทิศทางของลม


ชนิดของไฟป่า
ไฟป่า แบ่งเป็น 3 ชนิดซึ่งตามลักษณะของเชื้อเพลิงที่ถูกเผาไหม้ ได้แก่ ไฟใต้ดิน ไฟผิวดิน และไฟเรือนยอด

1. ไฟใต้ดิน เป็นไฟที่ไหม้อินทรีย์ วัตถุที่สะสมอยู่ในดิน โดยลุกลามไปช้าๆใต้ผิวดินซึ่งยากที่จะสังเกตเห็นได้ เนื่องจากเปลวไฟหรือแสงสว่างไม่โผล่พ้นขึ้นมาบนดินเลย ทั้งควันก็มีน้อยยากต่อการดำเนินการดับไฟ ในประเทศไทยพบไฟใต้ดินในป่าพรุแถบภาคใต้ของประเทศ ซึ่งไฟใต้ดินยังสามารถแบ่งออกได้ 2 ชนิด คือ
- ไฟใต้ดินสมบูรณ์แบบ คือไฟที่ไหม้อยู่ใต้ผิดพื้นป่าจริงๆ ต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการตรวจจับความร้อนจึงจะพบไฟชนิดนี้
- ไฟกึ่งผิวดินกึ่งใต้ดิน ได้แก่ไฟที่ไหม้ไปในแนวระนาบตามพื้นป่าเช่นเดียวกับไฟผิวดิน ขณะเดียวกันส่วนหนึ่งก็ไหม้ในแนวดิ่งลึกลงไปในชั้นใต้ผิวพื้นป่า

2. ไฟผิวดิน เป็นไฟที่เผาไหม้เชื้อเพลิงบนผิวดิน ไฟชนิดนี้จะเผาไหม้ลุกลามไปตามผืนป่าซึ่งเชื้อเพลิงส่วนใหญ่ได้แก่ หญ้า ใบไม้แห้ง กิ่งไม้ที่ร่วงหล่น ลูกไม้ รวมทั้งไม้พุ่มต่างๆ ไฟชนิดนี้มีการลุกลามอย่างรวดเร็วซึ่งความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของเชื้อเพลิง ไฟป่าที่เกิดขึ้นในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นไฟชนิดนี้



วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม 2552
อีก 3 ปี น้ำท่วมโลก ......ข่าวสาร ที่ต้องฟังอย่างมีสติ
Posted by สารวัตรเอ๋ , ผู้อ่าน : 20749 , 22:10:29 น.
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที Share11 Share
พิมพ์หน้านี้

"อีก 3 ปี น้ำท่วมโลก "......ข่าวสาร ที่ต้องฟังอย่างมีสติ

ข่าวสาร โลกเสรี ทางการติดต่อสื่อสาร

มีมากมาย หลากหลายรูปแบบ

มีความจำเป็น และสำคัญ อย่างยิ่ง

ที่จะรับ คัดกรอง เชื่อ และส่งสาร นั้นๆ

ต่อไปยังผู้รับสาร ลำดับถัดไป

วันนี้ ผมเองก็ได้รับข่าวสาร

ที่เมื่อ อ่าน แล้ว รู้สึกตระหนก ตกใจ

จะเกิดทางแยก แห่งความรู้สึก

คือ เชื่อ และไม่เชื่อ

หากเชื่อ ว่าจะเกิดขึ้นจริง ก็ จะเกิดอาการกระต่ายตื่นตูม

หากไม่เชื่อ ก็ต้องมีหลักฐาน มีความเห็น มาถกมาคุยกัน

ส่วนตัวผมเอง มีความคิดว่า อาจจะเกิดขึ้น หรือ ไม่เกิดขึ้น ในระดับที่พอๆกัน

เป็นไปได้

ลองอ่านดูนะครับ

แล้วมาถกกันดีกว่า ว่า จะเกิดขึ้นได้มั้ย

(ได้รับมาทางฟอร์เวิร์ดเมลล์ครับ)



-ข่าวใหม่ล่าสุด 23 พ.ค. 2552 ช่อง 11 (4 ทุ่ม) มีการคุยเรื่อง ภัยพิบัติล้างโลก 2012
อาจารย์ สุมิตร อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้เชี่ยวชาญไฮโดรเจน จากองค์การนาซ่า และเป็นผู้บุกเบิกรถยนต์Hydrogen ในประเทศไทย ด้วยวิธีการใช้ไฟฟ้าแยกน้ำที่มีประสิทธิภาพสูง








"อาจารย์ สุมิตร" ทำงานในองค์การ NASA ในสายงานคือ ร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก เพื่อสร้างยานอวกาศ เพื่ออพยพผู้คนจาก อุทกภัยน้ำท่วมโลกใน ค.ศ. 2012 (แต่รู้ในวงจำกัด) "อาจารย์ สุมิตร" ยังยืนยันด้วยว่า มนุษย์ต่างดาวนั้นมีจริง ปัจจุบันมีมนุษย์ต่าง
"อาจารย์ สุมิตร" ยืนยันว่าอีก 3 ปี ข้างหน้านี้ โลกกำลังจะเกิดหายนะขึ้นจากอุทกภัยน้ำท่วมโลกใน ค.ศ. 2012 แน่นอน และคนในองค์การ NASA ทุกคนทราบเรื่องนี้มานานแล้ว แล้วได้สร้างยานอวกาศเพื่ออพยพผู้คนจาก อุทกภัยน้ำท่วมโลกใน ค.ศ. 2012 ใกล้เสร็จแล้ว (แต่ "อาจารย์ สุมิตร" ไม่ได้บอกว่าสร้างไว้กี่ลำ) ดาวมาทำงานร่วมกับองค์การ NASA โดยสื่อสารทาง "โทรจิต" ในการถ่ายทอดความรู้ทางเทคโนโลยี เพื่อช่วยมนุษย์จากอุทกภัยน้ำท่วมโลกใน ค.ศ. 2012 (มนุษย์บางคนเท่านั้นที่ถูกเลือกให้รอด)







"อาจารย์ สุมิตร" ยังยืนยันด้วยว่าโลกมนุษย์เรา ไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว ใน


จักรวาลอื่นๆ ก็มีมนุษย์ต่างดาวประมาณ 200 จักรวาล ซึ่งโลกของเราเป็นเพียง


จักรวาลเล็กๆ 1 จักรวาล เท่านั้น เราไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวหรอกนะ

"อาจารย์ สุมิตร" บอกว่า มนุษย์โลกสามารถติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวมานานแล้ว


โดยทาง "โทรจิต" แต่ทาง "สหรัฐอเมริกา" นั้นค่อนข้างปกปิด เรื่องนี้ ทำให้คน


ส่วนมากในโลกไม่รู้ ในเมื่อไม่รู้ ก็จะมองว่าเรื่องมนุษย์ต่างดาวเป็นเรื่องเหลวไหล







"อาจารย์ สุมิตร" เป็นนักวิทยาศาสตร์องค์การ NASA มาหลายปีแล้ว ท่านเคยไป


บอกให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ ของไทยควรเร่งสร้างยานอวกาศ เพื่ออพยพคน


ไทยจากอุทกภัยน้ำท่วมโลกใน ค.ศ. 2012 โดยเร็ว เพราะ "คุณสุวิช" มี


เทคโนโลยีในการสร้างแล้ว ขาดก็แต่งบประมาณเท่านั้น


แต่กลับไม่มีใครเชื่อ แถมมองว่าท่านเป็นบ้าอีกด้วย พวกฝรั่งเขารู้กันมานาน เขา


สร้างยานอวกาศเพื่ออพยพผู้คนจากอุทกภัยน้ำท่วมโลกในค.ศ. 2012 เกือบเสร็จ


แล้ว แต่คนไทยยังไม่เชื่อ จะจมน้ำตายกันอยู่แล้ว ไม่รู้วันๆ คนไทยทำอะไรกันอยู่


น่าสงสารคนไทยจริงๆ




"อาจารย์ สุมิตร" ยืนยันว่าอีก 3 ปี ข้างหน้านี้ โลกกำลังจะเกิดหายนะขึ้นจาก


อุทกภัยน้ำท่วมโลกใน ค.ศ. 2012 แน่นอน นี่เป็นเรื่องจริง ที่ฝรั่งเค้าตื่นตัวกันมาก


โดยเฉพาะในหมู่นักวิทยาศาสตร์อวกาศ แต่คนไทยเกือบทั้งหมดยังไม่รู้เรื่องนี้เลย


ด้วยซ้ำ น่าสงสารคนไทยจริงๆ

"อาจารย์ สุมิตร" กล่าวว่า คนไทยน่าจะเลิกทะเลาะกันได้แล้ว อีก 3 ปี ได้จมน้ำ


ตายแน่ๆ เพราะอุทกภัยน้ำท่วมโลกใน ค.ศ. 2012นั้นเป็นวันหายนะที่ร้ายแรงมาก


ร้ายแรงขนาดล้างโลกเลยทีเดียว ไม่งั้นมนุษย์ต่างดาวเค้าคงไม่มาทำงานร่วมกับ


องค์การ NASA เพื่อช่วยในการสร้างยานอพยพผู้คนในครั้งนี้เป็นแน่





นี่เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องเหลวไหล เพราะ อาจารย์ สุมิตร อิศรางกูร ณ อยุธยา


เป็นนักวิทยาศาสตร์องค์การ NASA จริง มีตัวตนจริงๆลองหาข้อมูลของ อาจารย์


สุมิตร อิศรางกูร ณ อยุธยา ใน Google ดูนะ

ชีวิตเสือโครง


“เสือ..ราชาแห่งสัตว์ป่า ที่นับวันใกล้เหลือแต่ลาย”
"เสือ" นอกจากจะเป็นสัตว์ที่ยิ่งใหญ่ น่าเกรงขาม และมีอำนาจแล้ว เสือยังเป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของป่าด้วย เนื่องจากเสือเป็นสัตว์ผู้ล่าชนิดหนึ่งที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร นั่นหมายความว่าในพื้นที่ป่าใดมีเสือ ย่อมแสดงว่าสัตว์หรือพืชในห่วงโซ่ชั้นล่างลงไป ย่อมมีความสมบูรณ์ตามไปด้วย

แต่ในภาวะปัจจุบันจำนวนของเสือทั่วโลกลดจำนวนลงเป็นอย่างมาก จากประมาณ 100,000 ตัว เหลือเพียง 3,200-3,500 ตัว จากการลักลอบล่าเสือเพื่อนำไปทำเสื้อขนสัตว์ บ้างก็นำไปเป็นเครื่องประดับในที่อยู่อาศัยเพื่ออวดบารมีและความยิ่งใหญ่น่าเกรงขามให้แก่ตนเอง บ้างก็ยังเชื่องมงายว่าอวัยวะเพศของเสือตัวผู้เป็นยาชูกำลังของเพศชายที่ได้ทานเข้าไป นอกจากนี้เสือที่ยังหลงเหลืออยู่ ต้องเผชิญปัญหาหนักเมื่อพื้นที่ป่าที่เป็นที่อยู่อาศัยถูกบุกรุกทำลายจนเหลือเพียง 7% เท่านั้น เป็นผลให้ปริมาณเสือที่จัดอยู่ในลำดับสุดท้ายของห่วงโซ่อาหารลดจำนวนลง นอกจากสัตว์ชนิดนี้จะเสี่ยงต่อการดำรงอยู่ และอาจถึงขั้นสูญพันธุ์แล้ว ย่อมส่งผลกระทบต่อโครงสร้างและระบบนิเวศทั้งหมด ทำให้ปริมาณของสัตว์กินพืชเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้ธรรมชาติเสียความสมดุลในที่สุด ดังนั้นการปกป้องถิ่นที่อยู่สำหรับเสือจึงเป็นประเด็นที่สำคัญ เช่นเดียวกับการป้องกันปราบปรามผู้ลักลอบล่า